สถานการณ์ท่องเที่ยวรอบเมืองโคราช จ.นครราชสีมา

97dfajjaehgdcfa6jkgki

การเดินทางท่องเที่ยวของโคราชและวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2549  ยังคงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา 

โดยเป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 14.40 และ 3.71 ตามลำดับ  โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกทั้งมี สินค้าตัวใหม่ คือ โฮมสเตย์และแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรที่อ.วังน้ำเขียว  ซึ่งจัดเป็นสินค้าที่กำลังมาแรงในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยที่ต้องการสัมผัสความหนาวเย็นและใกล้ชิดธรรมชาติ  โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมากนัก  ทำให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลเข้าไปในพื้นที่เป็นจำนวนมาก    นอกจากนี้ได้รับปัจจัยส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ งานมินิไลท์ แอนด์ ซาวด์ พิมาย เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในภูมิภาคและระหว่างภูมิภาค   เส้นทางธรรมะ และโครงการบัตรเดียวเที่ยวอีสาน  ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ได้ผลักดันให้กระแสการเดินทางท่องเที่ยวในจ.นครราชสีมามีการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนตลาดหลักของพื้นที่นี้ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยโดยส่วนใหญ่เป็นการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคเดียวกัน    และนิยมเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะครอบครัว  กลุ่มเพื่อนในช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวัน   โดยมีจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวที่อ.วังน้ำเขียว ในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการประชุมสัมมนาแม้จะมีสัดส่วนรองลงมาเป็นอันดับสอง แต่จัดเป็นตลาดที่ควรจับตามอง เพราะมีแนวโน้มการเติบโตอยู่ในทิศทางที่ดี สามารถช่วยสร้างรายได้และเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพื้นที่นี้ได้   ลำหรับลักษณะการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปมากที่สุด อาทิ ฝรั่งเศส   เยอรมนี  รองลงมาคือ เอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์  โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะนิยมเดินทางมาเอง   และใช้รถโดยสารประจำทางเป็นพาหนะหลักในการเดินทางท่องเที่ยว

lan6

ในการเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง  นักท่องเที่ยวพักค้างมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยในจังหวัดนี้ประมาณ 2.56 วัน และจากจำนวนนักท่องเที่ยว คืนพัก และการใช้จ่ายแต่ละวันประมาณ 898.85 บาท โดยเป็นการใช้จ่ายในหมวดค่าอาหารและเครื่องดื่ม  และช้อปปิ้ง   ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณหารายได้ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวพักค้าง คิดเป็นเม็ดเงิน 4,928.71 ล้านบาท    ส่วนนักทัศนาจรมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันประมาณ 724.57 บาท ก่อให้เกิดรายได้ 905.70 ล้านบาท    เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดที่เกิดจากการท่องเที่ยวภายในจังหวัดนี้จะเท่ากับ 5,834.41 ล้านบาท  โดยนักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 866.50 บาท

สำหรับสถานการณ์การพักแรมในปีนี้  พบว่า จำนวนห้องพักทั้งในเมืองและวังน้ำเขียวมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 7,615 ห้อง ซึ่งมีการเติบโตสูงถึงร้อยละ 82.97  ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2.17  ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของจำนวนห้องพัก  ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวมีวันพักเฉลี่ยในสถานพักแรม ประมาณ 1.15 วัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *