เที่ยวฮ่องกง

An aerial view of the revered 250-tonne, 26-meter tall bronze Buddha statue at the Po Lin Monastery on Hong Kong's Lantau island October 24, 2002. Monks at the monastery had planned to bar visitors from their temple and home of the world's largest bronze Buddha for a week from October 25 to protest a government plan to develop tourist facilities in the area, saying the project will desecrate hallowed ground. The HK$200 million ($25.6 million) statue draws tens of thousands of visitors and devotees each year.    REUTERS/Bobby Yip

ฮ่องกง ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สำหรับการดำเนินธุรกิจและการค้า และยังคงดำเนินตามวัตถุประสงค์ทั้งสองอย่างจริงจังและประสบความสำเร็จเรื่อยมา ฮ่องกงมีธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับที่สี่ของโลกรวมถึงเป็นศูนย์กลางทางการเงินในด้านสินทรัพย์ภายนอกประเทศ จึงเปรียบฮ่องกงเป็น ‘ตลาดหุ้นของเอเชีย’ พร้อมสรรพด้วยบริการทั้งธนาคาร การประกันภัยระหว่างประเทศ การโฆษณา และการเผยแพร่ในหมู่อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ฮ่องกงยังเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับที่แปดในระดับการค้าโลกและเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกสินค้าประเภทของเล่น เสื้อผ้า และนาฬิกาชั้นนำของโลก

สถานที่ท่องเที่ยวในฮ่องกง

ฮ่องกงมีแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมเมืองที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ตั้งกระจายอยู่ทั้งบนเกาะฮ่องกง เกาลูน และนิวเทอร์ริทอรี่ส์ หรือจะลองนั่งเรือไปสำรวจบนเกาะรายรอบต่างๆ ลองเลือกดูสักแห่งจากสถานที่ต่างๆด้านล่างนี้ หากใครได้ลองมาย่ำเท้าเข้าสู่เกาะฮ่องกงแล้ว เชื่อได้เลยว่าไม่ผิดหวังด้วยประการทั้งปวง

เดอะพีค

เดอะพีคคือจุดสูงสุดของเกาะฮ่องกง เป็นย่านหรูหราที่สุดของเมืองมาตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคม ในสมัยนั้น อากาศที่เย็นสบายของย่านนี้ได้ดึงดูดเศรษฐีและผู้มีชื่อเสียง สถานที่เพียงแห่งเดียวในฮ่องกงที่คุณควรไปเยือน ให้เลือกเดอะพีค และถ้าคุณคิดถึงสถานที่ที่มีกิจกรรมมากมายให้คุณทำ ก็ให้นึกถึงเดอะพีคจนมาถึงยุคหลังจากมีเครื่องปรับอากาศ ทัศนียภาพของเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกยังคงทำให้คนเหล่านั้นหลั่งไหลมาที่นี่และทัศนียภาพนั้นยังเป็นสิ่งที่ทำให้เดอะพีคเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฮ่องกง ในเวลากลางวัน คุณสามารถทอดสายตาออกไปชมตึกระฟ้าเรียงรายระยิบระยับและความงดงามของอ่าววิคตอเรีย ไปจนถึงเนินเขาสีเขียวของเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ ในตอนพลบค่ำ ทัศนียภาพตระการตานี้จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีส้ม ก่อนจะกลายเป็นแสงประกายดุจดวงดาวปรากฎขึ้นเบื้องหน้าคุณ และถ้าคุณสดับฟังอย่างตั้งใจ คุณจะได้ยินเสียงเพลงแห่งนครระดับโลกของเอเชียกระซิบอยู่เบื้องล่างของคุณ

เดอะพีค

พีคทาวเวอร์เป็นอาคารรูปทั่ง มีศาลาชมวิวขนาดใหญ่ชื่อว่าสกายเทอร์เรซ 148 และยังมีร้านอาหารและร้านค้าปลีกมากมายอีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถแวะชื่นชมทัศนียภาพได้จากที่จุดชมวิวบนถนนลูการ์ด ศาลาชมวิวไลออน และเทอร์เรซชมวิวที่เดอะพีค แกลเลอเรีย หากคุณต้องการลัดเลาะชมวิวสองข้างทางอย่างผ่อนคลายสบายใจ ต้องลองเดินไปตามระยะทาง 3.5 กิโลเมตรของพีคเซอร์เคิลวอร์ก
          ทาวเวอร์เป็นอาคารรูปทั่ง มีศาลาชมวิวขนาดใหญ่ชื่อว่าสกายเทอร์เรซ 148 และยังมีร้านอาหารและร้านค้าปลีกมากมายอีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถแวะชื่นชมทัศนียภาพได้จากที่จุดชมพีคแทรมนลูการ์ด ศาลาชมวิวไลออน และเทอร์เรซชมวิวที่เดอะพีค แกลเลอเรีย หากคุณต้องการลัดเลาะชมวิวสองข้างทางอย่างผ่อนคลายสบายใจ ต้องลองเดินไปตามระยะทาง 3.5 กิโลเมตร
          การนั่งพีคแทรมเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด ชื่นชมตึกระฟ้าของเกาะฮ่องกงเคลื่อนผ่านหน้าต่างไปในมุมที่คาดไม่ถึง เมื่อคุณไต่ระดับขึ้นไปยังเดอะพีคตามรางกระเช้าไฟฟ้าที่มีประวัติเก่าแก่ของเมือง
          แกลเลอรีประวัติความเป็นมาของพีคแทรมอยู่ที่สถานีรถรางด้านล่าง เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวความเป็นมาของพีคแทรม อันเป็นมรดกตกทอดถึงคนรุ่นหลัง และประวัติศาสตร์ของฮ่องกง พีคแทรมเปิดให้บริการในฮ่องกงตั้งแต่ปี 1888 ผ่านเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของเมืองมาถึง 120 ปี แกลเลอรีแห่งนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงหวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ มากมาย และบอกเล่าเส้นทางสู่ความรุ่งเรืองของดินแดนไข่มุกแห่งตะวันออกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

เลดี้ส์ มาร์เก็ต

ตลาดกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง เทียบได้กับสวนจตุจักรก็ว่าได้ ซึ่งเป็นแหล่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งชาวต่างชาติและฮ่องกงเองมักแวะมาละลายทรัพย์สินกันเป็นประจำ เลดี้ส์ มาร์เก็ตเป็นจุดหมายที่ต้องไปเยือนสำหรับคนรักแฟชั่นที่โปรดปรานการต่อรองราคากระเป๋า, เครื่องประดับ, ของเล่น, เครื่องสำอาง และของแต่งบ้านเล็กๆน้อยๆ ร้านแผงลอยต่างๆ ที่ตั้งกระจุกรวมตัวกันจนเกิดเป็นตลาดที่มีบรรยากาศสนุกสนานนี้ ตั้งอยู่บนถนนตุงชอย ในมงก๊ก เปิดตั้งแต่เที่ยงไปจนถึง 23.30 น.
          ด้วยร้านรวงขนาดเล็กกว่า 100 ร้านที่ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของที่ระลึกในราคาย่อมเยา เลดี้ส์มาร์เก็ตบนถนนตุง ชอย เป็นแหล่งช้อปปิ้งทอดยาว 1 กิโลเมตรให้โอกาสคุณได้ฝึกฝนทักษะการต่อราคาอย่างเพลิดเพลิน ชื่อของตลาดแห่งนี้ มีที่มาจากการเป็นแหล่งขายสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาถูกสำหรับสตรีทุกวัย อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าอีกหลากหลาย เช่น นาฬิกา เครื่องสำอาง กระเป๋า เครื่องตกแต่งบ้าน CD และของกระจุกกระจิกให้เลือกซื้อ จนคุณสามารถเพลิดเพลินกับการชมตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องตั้งใจไปซื้อสินค้าใดๆ สักชิ้น
เลดี้ส์ มาร์เก็ต

 โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง

เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1977 เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลของฮ่องกง ธีมปาร์คขนาด 80 เฮคตาร์ (200 เอเคอร์) นี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง มีเครื่องเล่น นิทรรศการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมายรายรอบเขา รถกระเช้าที่เชื่อมพื้นที่ 2 ส่วนระหว่างยอดเขาสูงและพื้นที่ด้านล่าง ทำให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตระการตาขณะโดยสาร และสิ่งดึงดูดใหม่ล่าสุดคือลูกหมีแพนด้ายักษ์ 2 ตัว และพิพิธภัณฑ์แมงกะพรุนทะเลแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

ต้อนรับสู่อาณาจักรแห่งจินตนาการ ฉลองจิตวิญญาณแห่งแฟนตาซี โลกแห่งอนาคต และหัวใจรักการผจญภัย มิคกี้เมาส์รอต้อนรับคุณสู่ดินแดนแห่งความสุขที่สุดของโลกใบนี้ พร้อมเครื่องเล่นมากมายที่มีเฉพาะที่นี่ที่เดียวในฮ่องกง ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกเป็นอย่างมาก
          เป็นอาณาจักรความสนุกล่าสุดของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ พิเศษเฉพาะในเอเชียเท่านั้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมแก่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ร่วมเล่นสนุกกับเหล่าตุ๊กตาจากภาพยนตร์แอนนิเมชันที่ท่านชื่นชอบอย่าง ทอยสตอรี่ พร้อมสำรวจสนามหลังบ้านของแอนดี้ที่เต็มไปด้วยของเล่นชิ้นเล็กๆ แต่กลับมีขนาดใหญ่โตจนราวกับเราตัวเล็กนิดเดียว RC Racer* รถบังคับคันโปรดที่เร็วที่สุดของแอนดี้จะทำให้อะดรีนาลีนสูบฉีดในขณะที่คุณโลดแล่นไปพร้อมความตื่นเต้นหวาดเสียวตามรางรถไฟเหาะรูปตัว U สูง 27 เมตร เข้าร่วมผจญภัยเหาะทะยานสูงเสียดฟ้ากับ Toy Soldier Parachute Drop และระเบิดเสียงหัวเราะกับการวิ่งวนกลิ้งไปกลิ้งมาของเจ้าหมาสลิงกี้ตัวป่วนใน Slinky Dog Spin*
          ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เฉลิมฉลองทุกเทศกาลโดยมีการแสดงและความบันเทิงต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งออกแบบมาสำหรับงานเทศกาลของจีนและของตะวันตก เช่น งานฉลองตรุษจีน ฮัลโลวีน คริสต์มาส และกิจกรรมในฤดูร้อนอื่นๆ
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

 แอดเวนเจอร์แลนด์

แอดเวนเจอร์แลนด์ (Adventureland) เป็นสถานที่ต้นแบบแห่งความแปลกในดินแดนอันไกลโพ้นของโลก วอลซ์บอกว่า “เพื่อสร้างดินแดนที่ความฝันเป็นความจริง เราจะต้องวาดภาพตัวเราเองให้ห่างไปจากความเจริญ อาจเป็นในป่าห่างไกลของเอเซียและแอฟฟริกา”
แอดเวนเจอร์แลนด์

Fantasy Land ฮ่องกง

ดินแดนที่จะทำให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มไปกับเทพนิยายอันแสนโรแมนติก ซึ่งทุกคนที่เข้ามาในดินแดนนี้จะอยู่อย่างมีความสุขตลอดไป (Happily Ever After … ) มีมิกกี้เม้าส์มาดึงท่านเข้าสู่โลกแห่งความสุขใน โชว์เดอะโกลเด้นมิกกี้ (The Golden Mickey) ซึ่งรวบรวมเอาการแสดงตระการตาจากการ์ตูนอมตะอย่าง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and The Beast) ทอยสตอรี่ (Toy Story) และที่ขาดไม่ได้คือ มิกกี้เมาสผองเพื่อน (Mickey and friends) หลังจากนั้นมิกกี้ก็จะสะกดมนต์ให้เคลิ้มไปใน มิกกี้ฟิลาเมจิก (Mickey’s Philharmagic) สวมแว่นสามมิติ แล้วสัมผัสกับภาพ เสียง และกลิ่นแห่งผลงานที่สร้างสรรค์ได้อย่างเกินจินตนาการ ซึ่งเหมือนจริงจนบางครั้งคุณอาจจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าพยายามจับตัวเจ้าตัวการ์ตูนที่ลอยออกมาอยู่ใกล้ๆตัวคุณ ต่อจากนั้นผจญภัยอย่างน่ารักในดินแดนแห่งความฝันกับป่าหนึ่งร้อยเอเคอร์ ของเจ้าหมีวินนี่เดอะพูห์ ซึ่งจะทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วก็อย่าลืมเข้าไปในสวนมหัศจรรย์ บินไปกับช้างน้อยดัมโบ้ ขี่ม้าหมุนซินเดอเรลล่า หัวเราะร่าพร้อมกับหมุนติ้วไปกับถ้วยชาแมดเฮตเตอร์ และเข้าสำรวจถ้ำสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด
Fantasy Land ฮ่องกง

Tomorrow Land

ทูมอร์โรวแลนด์ (Tomorrowland) จุดขายของดินแดนแห่งนี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการผจญภัยไปกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในอนาคตที่ยังไม่เป็นจริงในขณะนี้ ต้องยอมรับถ้าใครที่มีโอกาสแต่พลาดที่จะมาโซนนี้ต้องบอกว่าคุณพลาดมาก
Tomorrow Land ฮ่องกง

วัดซิก ซิก หยวน หว่องไทซิน

 คำกล่าวที่ว่าวัดหยวนไทซินสามารถทำให้ความปรารถนาของทุกคนเป็นจริงตามที่ขอ อาจมีที่มาจากความเลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมหาศาลก็เป็นได้ วัดนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก 3 ศาสนา (ลัทธิเต๋า ศาสนาพุทธ และลัทธิขงจื้อ) โดยมีตัวอาคารต่างๆ ที่ตกแต่งอย่างปราณีตสวยงามจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญ
          วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในอดีตกาล หลวงพ่อหว่องไทซิน (หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าฮวงชูปิง) ซึ่งเกิดในศตวรรษที่ 4 และกลายเป็นเทพที่เขาเหิงซาน (เขาสนแดง) ในปี 1915 นักพรตลัทธิเต๋าเหลียงเหรินอันได้นำภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหว่องไทซิน เดินทางจากกว่างตงทางตอนใต้ของประเทศจีนมายังฮ่องกง
          ปัจจุบันวัดหว่องไทซินเก็บรักษาภาพวาดอันลำค่านี้ไว้ ทั้งยังเป็นสถานที่สำหรับให้ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สวดมนต์เพื่อขอโชคลาภและคำทำนายจากเหล่าทวยเทพ
 ผู้ที่ศึกษาเรื่องฮวงจุ้ยอาจสังเกตเห็นโครงสร้างต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของธาตุแห่งการพยากรณ์ทั้งห้า ได้แก่ ศาลาสำริด (โลหะ), หอเก็บคัมภีร์ (ไม้) น้ำพุ Yuk Yik (น้ำ), ศาลเจ้า Yue Heung (ไฟ) ซึ่งเป็นที่บูุชาพระพุทธรูปที่ถือตะเกียงแห่งแสงสว่าง และกำแพงดิน (ดิน) ส่วนจุดสนใจอื่นๆภายในบริเวณวัดแห่งนี้ ก็ได้แก่ ศาลา 3 เทพ, ศาลาขงจื้อ และสวนพรอันประเสริฐที่โอ่อ่าและสีสันสดใส โดยตกแต่งอย่างหรูหราด้วยศิลปะลวดลายจีน
วัดซิก ซิก หยวน หว่องไทซิน

วัดแชกงหมิว ฮ่องกง

วัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม  Che Kung Temple (車公廟) ถูกกล่าวขานให้เป็นปลายทางของ การแก้ชง ตามความเชื่อที่ว่า การหมุนกังหันกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีได้ และการเริ่มต้นปีใหม่ หลังวันตรุษจีน จะต้องมีการแก้เคล็ดที่นี่ โดย กังหันลม จะพาชีวิตราบรื่นล้อลมและธุรกิจเงินทองวิ่งฉิว เหมือนกังหันลู่ลม ตำนานของ แชกงหมิว (หมิวคือกังหัน) ศาลสถิตของเทพเจ้าแชกง ที่มีประวัติเล่าต่อกันมาว่า อดีตท่านเป็นนายพลแชกง ในสมัยราชวงศ์ซ่งของจีน และเป็นนายพลที่คุ้มครองให้ฮ่องเต้ราชวงศ์นี้อยู่รอดปลอดภัย และมีเรื่องเล่าว่า เคยมีโจรสลัดจะยกทัพมาปล้น “หมู่บ้านซ่าถิ่น” ลูกบ้านแตกตื่นอพยพขนข้าวของหนีหมด แต่มีหญิงคนหนึ่งกำลังจะพาลูกหนีเช่นกัน  ระหว่างทางเธอพบกับชายชราเคราขาวยาวเฟื้อย ลักษณะน่าเกรงขาม ถามไถ่เรื่องราวกับเธอ และชายชราคนนั้นบอกให้หญิงคนนั้นกลับไปยังหมู่บ้านและพับกังหันลมกระดาษ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และเสียบไว้หน้าหมู่บ้าน ต่อมา โจรสลัดก็ยกพลผ่านหมู่บ้านนั้นไป ไม่มีการปล้นสะดม ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่า ชายชราคนนั้นคือ นายพลแชกง และหมู่บ้านนั้นต่อมา ก็ตั้งวัดกังหันลมนี้เอง ตำนานการเป็นนายพลของท่านแชกง เกี่ยวเนื่องมาถึงความเชื่อ ในธรรมเนียมการไหว้เทพเจ้าองค์นี้ นั่นคือ เมื่อเข้าไปในศาล (ห้ามถ่ายรูปทุกแบบ) และยืนอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นขนาดมหึมาของท่านแชกงแล้ว ต้องอธิษฐานขอพรและมองหน้าท่าน อย่างมุ่งมั่น จากนั้น จึงไปทำพิธี “หมุนกังหันแห่งโชคชะตา”โดยหลักการที่ถูกบอกต่อ คือ “มือซ้ายหมุนด้านซ้ายไปขวา ถ้าชีวิตในปีที่ผ่านมาไม่ดี ส่วนถ้าดีอยู่แล้วก็ให้หมุนกังหันกลับจากขวาไปซ้าย เมื่อหมุนกังหันเสร็จแล้ว ต้องไปลั่นกลองที่อยู่ด้านหลัง 8-9 ครั้ง เพื่อเป็นการบอกกล่าวกับเทพเจ้าว่ามีคนมาเคารพบูชา การลั่นกลอง เป็นธรรมเนียมรับต่อมาจากนักรบ ที่จะลั่นกลองรบเมื่อประสบชัยชนะหลังออกศึกนั่นเอง
วัดแชกงหมิว ฮ่องกง

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Guan Yin) ฮ่องกง

วัดเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่ที่ริมหาด“อ่าวรีพัสเบย์”(REPULSE BAY) ซึ่งสามารถมองเห็นองค์เจ้าแม่กวนอิมได้แต่ไกล ท่านสามารถนมัสการและ ขอพรอันศักดิ์สิทธิ์ จาก “องค์เจ้าแม่กวนอิม”และ เจ้าแม่ทับทิม เพื่อเป็น ศิริมงคล และนมัสการเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มีชื่อเสียงว่าใครได้มาสัมผัสท่านจะได้รับแต่เงิน ทอง กลับบ้าน การสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ ให้ยืนในกระเบื้องสีแดงตำแหน่งด้านหน้าองค์ท่าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นตำแหน่งที่จะเห็นองค์ท่านชัดที่สุด แล้วจึงตั้งจิตอธิษฐานจะสวดบทขอพรท่านก็ได้แล้วกล่าวชื่อ–สกุลของเราอธิษฐานขอพรอันศักดิ์สิทธ์จากท่านของเรานำผลไม้ไปสักการะองค์ท่านค่ะ พร้อมถวายสร้อยไข่มุกนำไปแขวนไว้ตรงฐานด้านล่างขององค์ท่านค่ะ ขี้นบันไดไปด้านบนเล็กน้อยจะพบรูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์เล็กหน่อยอยู่ด้านบนค่ะเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ องค์เล็กๆ ตั้งอยู่ด้านหน้ารูปปั้นองค์พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ เทพซึ่งคนนิยมมาไหว้กันมาก หลังจากสักการะพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์แล้ว ให้ไหว้ขอโชคลาภเงินทองจาก เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย โดยเอาสองมือลูบจากเคราท่านลงมาแล้วกำมาใส่ในกระเป๋าของตัวเอง เหมือนกับเป็นเคล็ดว่าให้เงินทองไหลเข้าสู่กระเป๋าของเรา บางคนก็จะลูบก้อนทองที่อยู่ด้านข้างองค์ท่านแล้วกำมาใส่กระเป๋าของเราอีกครั้งก็ได้ค่ะพระสังกัจจายน์โพธิสัตว์ ซึ่งทางพุทธศาสนาเชื่อว่าเป็นองค์เดียวกับพระศริอาริย์ ปกติจะลักษณะของท่านจะอ้วนพลุ้ย ใบหน้าสดชื่น เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรื่อง มั่งคั่ง แต่สำหรับปางนี้จะมีรูปปั้นเด็ก ๆ ผู้ชายรายล้อมรอบตัวท่าน 5 คน เป็นความหมายแฝงหมายถึง ความสุข 5 ประการ (อู่ฝู)เพื่อให้การดำเนินชีวิตสำเร็จสมประสงค์ ก็สามารถขอพรให้ทำอะไรสำเร็จสมหวังได้ค่ะและเนื่องจากปางนี้จะมีเด็ก ๆ รายล้อมอยู่ จึงมักมีคนมาบูชาองค์ท่านเพื่อให้สมหวังในการมีลูกโดยจับพุงขององค์ท่านและตัวเด็กๆทั้ง 5ค่ะองค์เจ้าแม่ทับทิมซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลเป็นที่เคารพสักการะของชาวประมง โดยมักมาขอพรให้ออกไปหาปลาและกลับมาได้อย่างปลอดภัย คนจีนจะเรียกนามท่านว่า เทียนโห่ว (Tin Hau) แปลว่า God of Heaven ค่ะ เนื่องจากฮ่องกงเป็นเมืองแห่งเกาะที่มักต้องอาศัยท้องทะเล เพื่อการดำรงชีวิตอยู่เสมอๆ ด้วยเหตุผลนี้ ชาวฮ่องกงจึงมักนิยมสร้างศาลเทพ Tin Hau ตามหมู่บ้านและย่านต่างๆ โดยเฉพาะในบริเวณที่อยู่ใกล้หรือติดกับทะเล เมื่อเวลาจะออกเรือก็จะมีการไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลต่อตัวชาวเรือเอง ทั้งในฮ่องกงและมาเก๊าจึงมีศาลเทพเจ้า Tin Hau อยู่กว่า 100 แห่งเลยเชียวค่ะ ด้านข้างถัดไปจากรูปปั้นองค์เจ้าแม่ทับทิม จะมี ศาลารูป 8เหลี่ยมสีแดง ระหว่างทางขึ้นเห็นป้ายบอกว่าชายหาด repulse bayนี้ในภาษาจีนยังมีความหมายถึงการมีอายุยืนอีกด้วยรูปปั้นเฒ่าประมงตกปลา อันมีความหมายว่าขอให้ท่านได้กำไรร่ำรวย ดั่งเฒ่าประมงตกปลา ที่จับปลาได้อยู่เต็มข้อง รูปปั้นแพะ “สามตะวันเบิกฟ้า”สัญลักษณ์มงคลแทนความโชคดีและมั่งคั่งโดยแพะสามตัวเป็นสัญลักษณ์แทนพระอาทิตย์สามดวง คือ พระอาทิตย์สีเขียว สีแดงและสีขาวอันมีความหมายถึง อดึต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งแฝงความหมายว่า“ใต้หล้าทั่วแดนดิน ทุกสิ่งขอให้สมหวังสมปราถนา”(อ่านจากรีวิวก่อนๆเคยมีคนเขียนบอกว่าใครอยากให้สมหวังเรื่องอะไร ก็สามารถมาอธิษฐานขอได้ค่ะ)รูปปั้นปลาแห่งความมั่งคั่ง ซึ่งผู้คนที่มาที่นี่นิยมโยนเหรียญใส่ปากปลาโดยเชื่อว่าหากโยนเข้าปากปลา พรที่ขอไปจะสัมฤทธิผล ปลาเป็นหนึ่งในสัตว์มงคลของชาวจีน โดยเฉพาะปลาหลีฮื้อ ซึ่งมีความหมายว่า ไม่ว่าชีวิตเราจะทำอะไรก็ตามจะมีแต่ความสำเร็จจุดไฮไลท์สำหรับคนมีคู่ที่ไม่ควรพลาดรูปปั้นเทพเจ้าแห่งความรัก สำหรับคู่รักที่อยากมีชีวิตคู่ยืนยงก็ให้นั่งตรงสิงห์สองตัวระหว่างรูปเทพเจ้าแห่งความรักองค์นี้แล้วขอพรกันให้อยู่ได้ยืดยาว ในมือเทพเจ้าถือหนังสือที่มีสัญลักษณ์ซังฮี้ แปลว่ามงคลคู่(pinyinอ่านว่าShuangxi喜喜=“Double Happiness)ที่เชื่อว่าท่านจะจดชื่อของคู่ที่ไปขอพรไว้ เพื่อให้อยู่คู่กันตลอดไป
วัดเจ้าแม่กวนอิม (Guan Yin)

วัดโป่หลิน (Polin Monastery) ฮ่องกง

เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาโป่หลิน ของเกาะลันเตา ชาวฮ่องกงเชื่อกันว่า หากใครได้ไปนมัสการ ขอพรพระใหญ่แห่งวัดโป่หลินแล้ว ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข และประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านวัดโป่หลิน แปลเป็นไทยว่า วัดดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นเมื่อปี1924เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ประทับกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระสร้างจากการเชื่อมแผ่นสัมฤทธิ์ถึง200แผ่นหนัก 250ตันและสูง 34เมตร องค์พระหันพระพักตร์ไปยังเนินเขาเบื้องล่างบริเวณทะเลจีนใต้ ระหว่างเดินมาที่วัดจะเห็นพระใหญ่แต่ไกล พระพุทธรูปองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปใหญ่ปางโคตะมะ มีความสูง 22 เมตร รวมฐานจะเท่ากับ 34เมตรที่ฐานองค์พระมีรูปปั้นเทพธิดากำลังถวายเครื่องสักการะแด่พระพุทธบนสวรรค์ตามความเชื่อของนิกายมหายาน จึงเป็นที่มาของชื่อพระพุทธรูปเทียนถานบนยอดเขานี้ เทียนถานแปลว่าแท่นบูชาบนสวรรค์ ภายในใต้องค์พระมีภาพศิลปะจีนโบราณมากมาย รวมถึงประวัติความเป็นมา และที่สำคัญ ที่ประดิษฐสถานพระเขี้ยวแก้ว ของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา

An aerial view of the revered 250-tonne, 26-meter tall bronze Buddha statue at the Po Lin Monastery on Hong Kong's Lantau island October 24, 2002. Monks at the monastery had planned to bar visitors from their temple and home of the world's largest bronze Buddha for a week from October 25 to protest a government plan to develop tourist facilities in the area, saying the project will desecrate hallowed ground. The HK$200 million ($25.6 million) statue draws tens of thousands of visitors and devotees each year. REUTERS/Bobby Yip

วัดชีหลิน ฮ่องกง

สำนักนางชีหรือวัดนางชีฉีหลินอยู่ตรงข้ามกับสวนหนานเหลียน และสามารถเดินข้ามถนนด้วยสะพานลอยที่ทำไว้อย่างดี สำนักชีฉีหลินได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อไม่นานนี้ เป็นโครงสร้างไม้ที่ไม่ใช้ตาปูเลย แต่อาศัยการเข้าไม้แบบโบราณ เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าแวะไปดูความสวยงาม อยู่ไม่ไกลจากวัดหวังต้าเซียนถ้าให้สอดคล้องกับสวนหนานเหลียน ก็ต้องเรียกสำนักชีแห่งนี้ว่าจื้อเหลียน เพราะชื่้อมันล้อกันอยู่ เหลียนแปลว่าดอกบัว ซึ่งมีความหมายถึงจุึดหมายสูงสุดทางพุทธศาสนาคือการตรัสรู้  แต่ส่วนใหญ่ก็เรียกฉีหลินตามสำเนียงกวางตุ้ง
          สำนักชีฉีหลินเป็นกลุ่มอารามขนาดใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมไม้ที่งดงาม โดยเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1934 และก่อนจะได้รับการบูรณะใหม่ในรูปแบบของราชวงศ์ถัง (ค.ศ 618–907) ในปี 1990 ภายในยังเก็บพระบรมสารีริกธาตุและมีสระบัวที่ให้ความสงบแก่ดวงวิญญาณ นอกจากนี้ สำนักชีแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยโถงอารามหลายโถง บางโถงมีรูปปั้นทอง ดินเหนียว และไม้เป็นตัวแทนของสิ่่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระศากยมุนีและพระโพธิสัตว์
วัดชีหลิน ฮ่องกง

ประวัติศาศตร์คร่าวๆของฮ่องกง

ก่อนที่อังกฤษจะเข้ามาครอบครอง ฮ่องกงเป็นชุมชนชาวประมงเล็กๆ และเป็นสวรรค์สำหรับนักเดินทางและโจรสลัดในทะเลจีนใต้ ต่อมาช่วงทำสงครามฝิ่นกับจีนในศตวรรษที่ 19 อังกฤษได้ใช้เกาะฮ่องกงเป็นฐานทัพเรือ เมื่อสงครามฝิ่นครั้งแรกสิ้นสุดลงเกาะฮ่องกงได้ตกเป็นของอังกฤษเนื่องจากข้อตกลงตามสนธิสัญญานานกิงในปี ค.ศ. 1842 และเซอร์ เฮนรี่พอตทิงเกอร์ ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าการรัฐคนแรก

ความขัดแย้งระหว่างอังกฤษและจีนยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อปีค.ศ. 1860 อังกฤษได้ยึดเกาลูนและเกาะ Stonecutters ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศจีนมาเป็นดินแดนของตนเองเพิ่มเติม ในปี ค.ศ.1898 อังกฤษบังคับให้จีนตกลงทำสัญญายินยอมให้อังกฤษเช่าเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ซึ่งรวมถึงเกาะต่างๆใกล้เคียงจำนวน 235 เกาะ เป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 99 ปี

การตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้เป็นไปอย่างช้าๆ ในตอนต้นของศตวรรษที่ 20 ฮ่องกงเป็นสถานที่หลบภัยสำหรับผู้ถูกเนรเทศจากประเทศจีนจากเหตุการณ์การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี ค.ศ. 1912

หลังจากที่ญี่ปุ่นยึดแมนจูเรียในปี 1932 สงครามชิโน – ญี่ปุ่นจึงเริ่มขึ้นในปี 1937 ตลอดสามสิบปีหลังจากที่ญี่ปุ่นได้เข้าครอบครองประเทศจีน ชาวจีนหลายพันคนได้เข้าลี้ภัยในฮ่องกง ในปี 1937 มีผู้ลี้ภัยเข้าฮ่องกงประมาณ 100,000 คน ปี 1938 มีผู้ลี้ภัย 500,000 คนและในปี 1939 มีผู้ลี้ภัยจำนวน 150,000 คน ส่งผลให้ฮ่องกงมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีประชากรรวม 1.6 ล้านคน เนื่องจากมีประชากรไหลทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ประชากรประมาณ 500,000 คนไม่มีที่อยู่อาศัยและต้องใช้ริมถนนเป็นที่หลับนอน

สงครามโลกครั้งที่สองทำให้ชีวิตการจัดระเบียบทางสังคมและเศรษฐกิจของฮ่องกงพังทะลาย ในวันคริสต์มาสของปี 1941 กองทัพอังกฤษยอมจำนนและยกเกาะฮ่องกงแก่ญี่ปุ่น เรือดำน้ำของสหรัฐได้เข้าขัดขวางแผนการณ์ของญี่ปุ่นที่จะใช้ฮ่องกงเป็นฐานสำหรับการโจมตีต่อไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ต่อมาญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามเมื่อ 14 สิงหาคม 1945 อังกฤษจึงได้เขตดินแดนใหม่กลับคืนมา

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 อังกฤษได้ทำพิธีส่งคืนเกาะฮ่องกงให้แก่จีนและจัดให้เป็นเขตปกครองพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีนภายใต้นโยบายหนึ่งประเทศสองระบบ ในปี 1984 มีปฏิญญาร่วมชิโน-อังกฤษโดยให้สิทธิฮ่องกงในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ระบบกฎหมายและสังคมอย่างเสรีต่อไปได้อีกเป็นเวลา 50 ปีหลังจากปี 1997 ปัจจุบันฮ่องกงยังคงเป็นเมืองที่น่าสนใจและมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับนานาชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

การศึกษาประวัติศาสตร์ฮ่องกงจะนำมาซึ่งความประทับใจหาใดเทียบเพราะความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ยั่งยืนสำหรับฮ่องกง แม้จะสร้างทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาใหม่หมด แต่จิตวิญญาณของฮ่องกงก็ยังมิแปรเปลี่ยน แท้จริงแล้ว ตอนนี้พลังงานขับเคลื่อนที่เปลี่ยนฮ่องกงจากหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบมาเป็นเส้นทางการค้าระหว่างนานาประเทศ ได้ชักนำมหานครระดับโลกของเอเชียแห่งนี้เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 สัมผัสจิตวิญญาณและความเป็นมาของฮ่องกงผ่านการสำรวจ มรดกและวัฒนธรรมอันมั่งคั่ง

          “ฮ่องกง” เป็นภาษากวางตุ้ง ซึ่งมาจากภาษาจีนกลาง ว่า “เซียงก่าง” ความหมายก็ไม่เหมือนใคร หมายความว่า “ท่าเรือหอม” มีความเป็นมา สืบเนื่องมาแต่ครั้งที่กวางตุ้ง เป็นแหล่งปลูกไม้หอมชนิดหนึ่ง ส่งขายเป็นสินค้าออก โดยที่ต้องมาขนถ่ายสินค้ากัน ที่ท่าเรือน้ำลึกตอนใต้สุดของแผ่นดินจีน

เมื่อราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้มีเรือของกองทัพอังกฤษ นำโดยกัปตัน Charles Elliot (ชาร์ลส์ อีเลียต) แล่นผ่านน่านน้ำระหว่าง แหลมเกาลูนและเกาะแห่งหนึ่งที่ร่ำลือกันว่า เป็นที่หลบลมพายุของพวกโจรสลัด กัปตันอีเลียต เกิดได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง จึงจอดเรือและขึ้นฝั่ง ส่งล่ามลงไปสอบถาม ได้ความว่าเป็นท่าเรือหอม ใช้ขนถ่ายไม้หอม กัปตันรับทราบด้วยความประทับใจ ส่วนเมืองหลวงนั้น ปัจจุบันไม่มี  แต่ตอนที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษ ใช้ชื่อว่าวิกตอเรีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *